ตำบลไร้ไฟฟ้า : ภาคปฏิบัติการของการปกครองโดยข้อยกเว้นทางกฎหมาย กรณีเขตปลอดภัยในราชการทหาร อำเภอหัวหินและอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Other Title:
Subdistrict Without Electricity: The Practice of The Rule by Legal Exception In case of the Military Safety Area in Hua Hin and Pranburi District, Prachuap Khiri Khan Province
Author:
Subject:
Date:
2026
Abstract:
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทและผลกระทบจากการประกาศเขตปลอดภัยใน
ราชการทหาร กรณีตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน และตำบลเขาจ้าว อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ด้วยการวิเคราะห์ภาคปฏิบัติการของวาทกรรมความมั่นคงที่ถูกสร้าง ผลิตซํ้า และมีอำนาจเหนือพื้นที่ดังกล่าว
และกระบวนการต่อสู้ต่อรองของเรื่องเล่ารองเกี่ยวกับความเดือดร้อนของการไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าจากการ
ประกาศเขตปลอดภัยในราชการทหาร รวมทั้งสร้างข้อเสนอแนะหรือทางเลือกเชิงนโยบาย สำหรับการแก้ไข
ปัญหาการขัดกันของนโยบายสาธารณะระหว่างนโยบายความมั่นคงและสิทธิในการได้รับบริการสาธารณะ
ขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยใช้กรอบแนวคิดการปกครองโดยข้อยกเว้นทางกฎหมาย
การวิจัยเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนา
กลุ่มกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ผู้นำชุมชน และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในตำบลบึงนคร อำเภอ
หัวหิน และตำบลเขาจ้าว อำเภอปราณบุรี จำนวน 35 คน ประกอบกับการศึกษาเอกสารชั้นต้นและชั้นรอง
รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ คำพิพากษาศาล และรายงานของหน่วยงานรัฐ นำมาวิเคราะห์และตีความตาม
แนวทางการวิเคราะห์วาทกรรมนโยบาย และการวิเคราะห์นโยบายแบบเรื่องเล่า
ผลการวิจัยพบว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณปลอดภัยในราชการทหาร ในท้องที่ทหาร
อำเภอหัวหินและอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ. 2512 ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 600,000 ไร่
เดิมเป็นป่าหินเหล็กไฟและป่าหมายเลข 87 ซึ่งถูกเพิกถอนสภาพป่าไม้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. 2513
เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการของกระทรวงกลาโหม ภายใต้บริบทการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น
แม้ว่าปัจจุบันภัยคุกคามทางความมั่นคงดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่การประกาศเขตปลอดภัยในราชการทหาร
ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าและสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ
ได้อย่างเท่าเทียม โดยรัฐใช้วาทกรรมความมั่นคงเป็นเครื่องมือในการควบคุมพื้นที่และจำกัดสิทธิของประชาชน
อย่างต่อเนื่อง ที่ทำให้ความมั่นคงของชาติกลายเป็นคุณค่าสูงสุดที่สามารถยกเว้นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
โดยสถาบันต่างๆ ของรัฐ ทั้งสถาบันตุลาการ รัฐสภา และหน่วยงานพลเรือน ต่างทำหน้าที่ผลิตซํ้าและยืนยัน
ความชอบธรรมให้แก่วาทกรรมความมั่นคงดังกล่าว
[2]
นอกจากนี้ สถานะทางกฎหมายในการเป็นที่ดินรัฐของเขตปลอดภัยในราชการทหารยังมีความ
พร่ามัวและไม่ชัดเจน ส่งผลให้ประชาชนที่บุกเบิกที่ดินทำกินและอยู่อาศัยในพื้นที่มานานถูกแปลงสภาพ
จาก "ราษฎร" ให้กลายเป็น "ผู้บุกรุกที่ดินรัฐ" อย่างผิดกฎหมาย โดยไม่มีกระบวนการพิสูจน์สิทธิ การเป็น
ผู้บุกรุกนี้เองกลายเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธไม่จัดหาไฟฟ้าให้ โดยอ้างว่าจะเป็นการสนับสนุนให้มีการบุกรุกที่ดิน
รัฐมากขึ้น โดยประชาชนในพื้นที่มีการต่อสู้ในในกรณีที่ดินทำกินและการไม่มีไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้าง
เรื่องเล่ารองที่ท้าทายเรื่องเล่าหลักซึ่งครอบงำอยู่ด้วยวาทกรรมความมั่นคง โดยตั้งคำถามว่าพื้นที่ดังกล่าว
มีภัยคุกคามทางความมั่นคงที่แท้จริงหรือไม่ และมีความจำเป็นจริงหรือไม่ที่ต้องใช้พื้นที่ถึงหกแสนไร่เพื่อ
การซ้อมรบ ซึ่งเป็นผลให้ตำบลบึงนครและตำบลเขาจ้าวตกอยู่ภายใต้การปกครองโดยสภาวะยกเว้นทาง
กฎหมาย ภายใต้ข้ออ้างของวาทกรรมความมั่นคงซึ่งถูกจัดลำดับความสำคัญให้อยู่ก่อนหรือสามารถ "ยกเว้น"
สิทธิในการเข้าถึงไฟฟ้าของชาวบ้านในสองตำบลมาโดยตลอดโดยปราศจากการทบทวนและตั้งคำถามถึง
ความจำเป็นและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของงานวิจัยได้แก่ (1) เสนอให้แก้ไขพระราชกฤษฎีกาฯ โดยยกเลิก
แผนที่แนบท้ายและทบทวนความจำเป็นในการรักษาสถานะเขตปลอดภัยในราชการทหารใหม่ โดยกำหนด
แนวเขตพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่แท้จริง โดยแยกพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ทางการทหารออกจากเขตชุมชน และอนุญาต
ให้มีการจัดหาสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ชุมชน (2) เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัย
ในราชการทหาร พ.ศ. 2478 ให้มีการกำหนดระยะเวลาในการประกาศใช้เขตปลอดภัยและการทบทวนความ
จำเป็นเป็นระยะ (3) เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ร่วม
Type:
Rights Holder:
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Collections:
Total Download:
15

