สังคม อำนาจ เเละความปรารถนา

Other Title:
Society, Power and Desire
Author:
Advisor:
Date:
2021
Publisher:
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Abstract:
สังคม อำนาจ เเละความปรารถนาเป็นสามสิ่งที่ต้องดำรงอยู่ร่วมกัน เช่นเดียวกับเหตุความขัดเเย้งที่มีคู่กันเรื่อยมา ซึ่งเป็นสิ่งสากลไม่มีมนุษย์ในสังคมใด ๆ ได้รับการถูกยกเว้น เพราะการดำรงอยู่ร่วมกันของมนุษย์นั้นเป็นการอยู่ร่วมกันของหมู่มวลขนาดใหญ่ มีความต้องการ ความปรารถนา ที่มากน้อยเเตกต่างกันจึงต้องมีสิ่งที่ ‘ควบคุม’ เพื่อให้สังคมสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ซึ่งสิ่งที่ต้องควบคุมนั้นจะต้องมีคนควบคุมเเละชุดความคิดที่ครอบผู้คนให้อยู่ใต้อาณัติ ในเรื่องนี้นั้นกล่าวไม่ได้ว่าชุดความคิดของสิ่งใดเป็นสิ่งที่ เลวทราม เพราะชุดความคิดที่เห็นด้วยในปัจจุบันเป็นจำนวนมากนั้นในอดีตก็เป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า เหลวไหล เช่นเดียวกัน (เเต่สิ่งที่น่ารังเกียจคือเเนวทางปฎิบัติเสียมากกว่า) ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์พยายามเรื่อยมาตั้งเเต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน เพื่อค้นหาสิ่งที่พึงลดหย่นเหตุขัดเเย้งที่เกิดขึ้นให้พอที่จะอยู่ร่วมกันได้เเค่เพียงระยะหนึ่ง ดังนั้นอำนาจจึงมีความจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทในสังคมเพื่อการจัดการเเละวางระเบียบที่ดีซึ่งจะต้องมีกลุ่มบุคคลที่เป็นตัวเเทนเข้ามามีบทบาทสำคัญ เเต่หน้าประวัติศาตร์ก็บอกได้ว่าในหลายครั้งชนชั้นการเมืองเเละชนชั้นปกครองที่มีอำนาจก็สร้างบาดเเผลเเละความเสียหายให้กับสังคมจากเหตุของ ‘ความปรารถนา’ ไม่ว่าจะเกิดจากถูกเเรงขับเคลื่อนของสังคม ชุดความขัดเเย้งจากในอดีตที่เป็นสิ่งมรดกตกทอดที่มาถึงปัจจุบัน หรือเกิดจากความต้องการของชนชั้นปกครองเองก็ตาม เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนพึงต้องการจากฝ่ายต้องข้าม ไม่ว่าจะเป็นเหตุขัดเเย้งของ ชุดความคิด การจำกัดสิทธิ ภูมิภาค ทรัพยากร การเเสดงเเสงยานุภาพของอำนาจ เเม้กระทั่งมวลมหาชนเองที่ขับเคลื่อนจากการถูกกระตุ้นด้วยเเรงปรารถนาบางสิ่ง ในหลายครั้งก็ไม่ได้ตามสิ่งต้องการซึ่งสร้างความเสียหาย ความผิดหวังให้กับกลุ่มพวกพ้องเเละฝ่ายตรงข้ามเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเเล้วเเต่สร้างความขัดเเย้งเเละหาจุดจบในทางสันติวิธีที่ค่อนข้างเป็นไปได้ยากในสังคมของมนุษย์ สุดท้ายอาจต้องมาจบที่การจำนงค์ต่อความรุนเเรงในที่สุดเเละก็วนซ้ำกลับมาเสมือนเป็นการผลิตซ้ำจากอดีตสู่ปัจจุบัน จากเรื่องราวในข้างต้นนั้นวิธีการสร้างสรรค์ผลงานจึงมีเป้าประสงค์ที่จะทำความเข้าใจกลไกเเละวิพากวิจารณ์ในวิถีทางของ สังคม อำนาจ เเละความปราถนาเพียงเท่านั้น ซึ่งวิเคราะห์เหตุการ์ณในปัจจุบันเชื่อมโยงไปถึงอดีตถึงเหตุที่เคยเกิดขึ้นซ้ำเเล้วซ้ำอีก โดยตีความให้เป็นรูปเเบบงานสร้างสรรค์ที่เน้นให้เห็นถึงนั้นสามารถสะท้อน การรับรู้ (Perception) ปฏิกิริยา (Reaction) ปฏิสัมพันธ์ (Interrelation) ระหว่างผลงานเเละทัศนคติของวิถีทางความเป็นไปของมนุษย์ที่ถูกตีด้วยกรอบเเห่งสังคม โดยใช้ภาพเเทนจากสื่อ พื้นที่ เเละกระบวนการ เป็นสิ่งที่สอดรับกับใจความสำคัญของหัวข้อศิลปนิพนธ์ชุดนี้ เพราะสื่อที่เป็นสิ่งที่เเสดงให้เห็นถึงการสื่อสาร การส่งต่อชุดความคิดเเละเป็นภาพเเทนของความคิดหนึ่ง ซึ่งสื่อต่าง ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตซ้ำ ดังเช่น โฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) วิถีใช้เเบบ Soft Power เพื่อให้มนุษย์ในสังคมยอมรับในชุดความเชื่อไปพร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งลักษณะดังกล่าวก็จะถูกใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งโดยปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ลำดับถัดมาคือ พื้นที่ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการรองรับไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทางความคิดเเละทางปฎิบัติ เป็นทั้งพื้นที่ที่รองรับของชุดความคิดที่มีความหลากหลายเเละการถูกจำกัด เป็นภาพเเทนของสังคมในรูปเเบบต่าง ๆ หากในเชิงสัญลักษณ์เปรียบเป็นช่องว่างของระยะห่างมุมมองของสังคมทั้งผู้ที่เป็นผู้ควบคุม ผู้ถูกควบคุม ผู้เฝ้ามอง หรืออาจเป็นได้ทั้งสามบทบาท ลำดับสุดท้ายคือ กระบวนการ ซึ่งเป็นเเนวทางปฏิบัติ การเเสดงออกต่อชุดความคิดที่กระทบรบเร้า โดยจัดออกมาให้มีการตอบสนองต่อความสัมพันธ์ของสามสิ่งที่มีการเชื่อมโยงซึ่งกันเเละกัน กระบวนการทางความคิด และการสร้างงานทั้งสามส่วนเป็นสิ่งต้องมีความสัมพันธ์ตลอดเวลาไม่สามารถเเยกออจากกันได้ เหมือนกับสังคม อำนาจเเละความปรารถนา ถ้ามีบางสิ่งที่ขาดหายไปสังคมก็จะพังทลายเเต่ถ้ามีมากเกินไปสังคมก็เสียหายเช่นเดียวกัน จึงต้องเชื่อมทั้งสามสิ่งนี้ให้อยู่ในความสมดุลเพื่อให้สังคมยังคงดำเนินไปได้
Type:
Degree Name:
ปริญญาศิลปบัณฑิต
Discipline:
สาขาวิชาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)
Rights Holder:
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Collections:
Total Download:
77

