การศึกษาทัศนคติของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศ

Author:
Advisor:
Date:
2006
Publisher:
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Abstract:
การศึกษาเรื่องทัศนคติของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทัศนคติของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศ และทัศนคติของประชาชนในย่าน สีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศในด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ ตลอดจนปัญหาและ
ข้อเสนอแนะของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศ
เพื่อนาไปเป็นข้อเสนอแนะในการ
ปรับตัวเข้ากับสังคมของบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศ โดยการศึกษาทัศนคติครั้งนี้ แยกเป็น 4 ด้าน คือ ด้าน
บุคคล ด้านสังคม ด้านวัฒนธรรม และด้านกฎหมาย
ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ทัศนคติของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศอยู่ในระดับ ปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทุกด้านประชาชนในย่านสีลมมีทัศนคติต่อเรื่องรักร่วมเพศทุก ด้าน อยู่ในระดับทัศนคติปานกลาง ดังนี้
การศึกษาทัศนคติของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศ พบว่าประชาชนที่อาศัย และทํางานอยู่ในแขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร มีทัศนคติต่อเรื่องรักร่วมอยู่ในระดับปาน กลางจํานวน 4 ข้อ คือ 1)คิดว่าบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศเรื่องธรรมดาในสังคม 2) คิดว่าบุคคลที่เป็นรัก ร่วมเพศเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่คนในสังคม 3) คิดว่าบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศเป็นบุคคลที่มีอันตรายต่อ สังคมเนื่องจากเป็นพาหะนําโรคเอดส์ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรง 4)การป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรม รักร่วมเพศเป็นเรื่องจําเป็นอย่างยิ่งในสังคม และมีทัศนคติระดับดีจํานวน 2 ข้อ คือ 1)คิดว่าสังคม ควรยอมรับและให้โอกาสแก่บุคคลที่เป็นรักร่วมเพศ 2)แม้ว่าบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศจะปรับตัวให้เป็น
คนปกติ(ไม่ได้เป็นรักร่วมเพศ) แต่สังคมก็ยังดูถูก 2.ด้านกฎหมาย
การศึกษาทัศนคติของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศ พบว่าประชาชนที่อาศัย และทํางานอยู่ในแขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร มีทัศนคติต่อเรื่องรักร่วมอยู่ในระดับปาน กลางทุกข้อ คือ 1) คิดว่ากฎหมายควรยอมรับสถานภาพของคนรักร่วมเพศ
2)คิดว่ากฎหมาย ควรรับรองสิทธิและเสรีภาพตามกฎหมายเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปในสังคม 3) คิดว่าควรมีกฎหมายที่
คุ้มครองสิทธิในการประกอบอาชีพของบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศเพื่อป้องกันการกีดกันการประกอบ อาชีพที่มีอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน 4 คิดว่าไม่ควรมีการระบุถึงบุคคลที่เป็นรักร่วม
เพศลงในบทบัญญัติของกฎหมาย 5 คิดว่ากฎหมายไม่ควรเปิดโอกาสให้แก่บุคคลที่เป็นรักร่วมเพศที่มี การแปลงเพศแล้วเปลี่ยนคํานําหน้าชื่อ 6) คิดว่ากฎหมายที่ออกมาให้การคุ้มครองกับบุคคลที่เป็นรักร่วม
เพศอย่างทั่วถึง ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลง
3.ด้านบุคคล
การศึกษาทัศนคติของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศ พบว่าประชาชนที่อาศัย และทํางานอยู่ในแขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร มีทัศนคติต่อเรื่องรักร่วมอยู่ในระดับปาน กลางจํานวน 5 ข้อ ดังนี้ 1)คิดว่าบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศเป็นผู้ที่น่าเห็นใจ 2)คิดว่าบุคคลที่เป็นรักร่วม เพศไม่ได้เป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ 3) คิดว่าบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศเป็น คนสําส่อน ลามก อนาจาร 4)คิดว่ารักร่วมเพศเป็นเรื่องของความบกพร่องทางจิต 5) คิดว่าบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศส่วนใหญ่ชอบ แสดงกิริยาที่ขัดต่อสายตาคนทั่วไปดูน่าหมั่นไส้ และมีทัศนคติระดับดีจํานวน 1 ข้อ คือ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะคบค้าสมาคมกับบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศ
4.ด้านวัฒนธรรม
การศึกษาทัศนคติของประชาชนในย่านสีลมที่มีต่อเรื่องรักร่วมเพศ พบว่าประชาชนที่อาศัย และทํางานอยู่ในแขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร มีทัศนคติต่อเรื่องรักร่วมอยู่ในระดับปาน
นาการมีการจัดประกวดบุคลที่เป็นรักร่วมเพศ
กลางจํานาน ๆ เองดังนี้จึงคิดว่าในงานประเพณีต่างๆอารมีการจัดประก
ด้วย เพื่อความสนุกสนานของงาน 2)คิดว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศไม่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม
ไทย
3)คิดว่าวัฒนธรรมไทยควรเปิดใจยอมรับบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศ 4)คิดว่าบุคคลที่เป็นรักร่วม
เพศมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อวัฒนธรรมไทย 5) คิดว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศก่อให้เกิดความเสื่อม เสียทางศีลธรรมและจริยธรรม และมีทัศนคติระดับดีน้อยจํานวน 1 ข้อ คือ คิดว่าพฤติกรรมรักร่วม
เพศนั้น มีแนวโน้มทําให้วัฒนธรรมไทยเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
Type:
Degree Name:
ศิลปศาสตรบัณฑิต
Discipline:
สาขาวิชาการจัดการชุมชน
Rights Holder:
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Total Download:
174

