จิตวิญญาณที่หลุดลอย

Author:
Subject:
Date:
2003
Publisher:
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Description:
สื่อผสม ขนาด 238x209x140 เซนติเมตร เป็นชิ้นเดียวที่ข้าพเจ้าใช้วิธีแบบจัดวาง (Installation) มีลักษณะเป็นประติมากรรมมอง
ได้รอบทิศทาง โดยมีจุดเด่นเป็นรูปทรงคนนอนสูงจากพื้น 7 เซนดิเมตร ใช้ผ้าชุบสีพาดช่วงเอวของ
ลำตัวลาดลงมาที่พื้น ทิ้งไว้จนแห้งแข็งเพื่อยึดให้ตัวคนทรงอยู่ให้รู้สึกเหมือนกำลังลอย ด้านข้างมีรูป
ทรงเด็กล้อมรอบอยู่สูงกว่าระดับของคนนอน โดยใช้เหล็กเส้นเป็นแกนยึดระหว่างรูปทรงเด็กกับ
ฐานไม้แผ่นบาง ๆ ซึ่งติดกับพื้น ใช้ผ้าพันตามแนวปิดโครงเหล็กและฐานไม้ข้างในไว้ เป็นการลวง
ตาให้ดูเหมือนผ้าย้อยลงมาจากตัวเด็กที่ลอยอยู่ ดังนั้นรูปทรงของเด็กจึงต้องมีน้ำหนักเบา เพื่อให้
เหล็กเส้นซึ่งมีขนาดเล็กโค้งงอง่าย สามารถรับน้ำหนักได้ไม่โยกล้ม โดยการใช้โฟมเป็นโครงสร้าง
ของรูปทรง แกะให้มีลักษณะตามแบบร่างแล้วจึงใช้ดินญี่ปุ่นซึ่งมีน้ำหนักเบาปั้นทับหุ้มเป็นผิวชั้น
นอกเพื่อเก็บรายละเอียดและง่ายต่อการขัดพื้นผิวให้เรียบดูเหมือนจริง
แนวคิดในผลงาน มีที่มาจากการที่ข้าพเจ้าชอบเขียนรูปคนนอนเพื่อ ศึกษากายวิภาคใน
มุมมองต่าง ๆ สำหรับข้าพเจ้าแล้วรูปคนนอนให้ความรู้สึกคล้ายคนตายหรือกำลังนอนหลับ
ซึ่งลักษณะ 2 ประการนี้เป็นแรงกระตุ้นก่อให้เกิดคำถามถึงความจริงอันซ่อนเร้นอยู่ภายในของ
มนุษย์ ความตายนำไปสู่อะไรในสิ่งที่เราไม่อาจรู้และประจักษ์ด้วยสายตา ขณะที่นอนหลับชีวิตหยุด
นิ่งหรือกำลังคำเนินต่อไปในโลกแห่งความฝัน คำถามเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าจินตนาการไปถึงอีกมิติ
ระหว่างความจริงกับโลกแห่งจิตวิญญาณ ความฝัน ความตาย การเคลื่อนย้ายของจิตไปสู่อีกภพหนึ่ง
ซึ่งอาจเป็นการเริ่มต้นของชีวิตใหม่ในอีกห้วงของเวลา วิเคราะห์องค์ประกอบและความหมาย
รูปทรง (Form) ประกอบด้วยรูปทรงเด็ก 10 ตัว รายล้อมอยู่ด้านบนมองลงมาที่รูปทรง
คนนอน ซึ่งข้าพเจ้าใช้เป็นสัญลักษณ์ (Symbolic) แทนตัวตนของข้าพเจ้าเอง โดยแสดงขนาด
สัดส่วน ลักษณะทางกายวิภาคอย่างถูกต้องดูเหมือนคนจริงกำลังลอยอยู่ โดยใช้วิธีการลวงตาด้วยผ้า
เพื่อให้รู้สึกเบาลอย เป็นภาวะที่เหนือเหตุผลความเป็นจริง อันเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาส่วนบนของผล
งาน คือรูปทรงเด็กที่ลอยอยู่รอบ ๆ แสดงท่าทางการเคลื่อนไหวคล้ายเด้นระบำ ใบหน้ามีรอยยิ้ม
มีชีวิตชีวาเพื่อสร้างความขัดแย้งทางความรู้สึกระหว่างคนนอนที่เหมือนไร้ชีวิตสงบนิ่งกับรูปทรง
เด็กซึ่งข้าพจ้าใช้แทนค่าความปรารถนาถึง โลกที่ชีวิตเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขดังวัยเยาว์อันสดใส
ของเด็ก
สี (Color) ในงานคลุมด้วยโทนของสีเทาซึ่งเป็นสีกลาง ใกล้เคียงกับสีของบรรยากาศ
รอบข้าง ดูมีความกลมกลืน ช่วยในการพรางตาทำให้รูปทรงรู้สึกถึงการล่องลอยในอากาศ อีกทั้งยัง
สร้างความเป็นเอกภาพในงาน แต่ส่วนของคนนอนกับเด็กจะมีสีต่างกันเล็กน้อยโดยรูปทรงเด็กเจือ
ด้วยสีเขียวอ่อน มีความสว่างสดใสกว่ารูปทรงคนนอนซึ่งจะเป็นสีเทาหม่น การใช้สีโทนเดียวยัง
ช่วยเน้นให้ลักษณะท่าทางของรูปทรงมีความด่นชัดไม่ถูกลดทอนความน่าสนใจด้วยสี ทำให้รูปทรง
สามารถแสดงความงามของตัวมันเอง หรือจากแสงเงาที่ส่องกระทบได้ดียิ่งขึ้น
พื้นที่ว่าง (space) เนื่องด้วยผลงานมีลักษณะเป็นประติมากรรมแบบลอยตัวมองได้
รอบด้าน พื้นที่ว่างจึงมีส่วนสัมพันธ์ โดยตรงในการช่วยเสริมให้รูปทรงมีความเด่นชัดและสร้าง
เอกภาพเช่นเดียวกับสี โดยข้าพเจ้าเว้นระยะช่องว่างระหว่างรูปทรงในแนวกว้างซึ่งมีลักษณะล้อม
เป็นวงกลมตามฐานเท่า ๆ กัน เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกสะดุดกับจังหวะช่องว่างที่แตกต่างมากเกินไป
จนทำให้ความกลมกลืนและความสมดุลในงานเสียไป ในแนวสูงจัดให้มีระดับของรูปทรงสูงต่ำต่าง
กันเพื่อไม่ให้เกิดการซ้อนทับหรือบดบังกัน เมื่อมองจากมุมต่าง ๆ สามารถเห็นถึงรายละเอียดใน
ทุก ๆ ส่วนของผลงานได้ พื้นที่ว่างยังช่วยเพิ่ มความรู้สึกของการเคลื่อนไหวจากจังหวะช่องว่างที่
สัมพันธ์กับเส้นโค้งและท่าทางของรูปทรง
Type:
Is part of:
วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาศิลปมหาบัณฑิต เรื่อง "ภาวะของจิตใต้สำนึก"
Rights Holder:
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Collections:
Total Download:
127

