<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
<channel>
<title>Silpakorn University Repository: SURE</title>
<link>https://sure.su.ac.th:443/xmlui</link>
<description>The DSpace digital repository system captures, stores, indexes, preserves, and distributes digital research material.</description>
<pubDate xmlns="http://apache.org/cocoon/i18n/2.1">Mon, 18 May 2026 07:08:01 GMT</pubDate>
<dc:date>2026-05-18T07:08:01Z</dc:date>
<item>
<title>การฝึกอบรมบนเว็บ เรื่อง การบันทึกงานในระบบ SERVICE MANAGERVERION 9 (SM9) ของเจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์</title>
<link>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30809</link>
<description>การฝึกอบรมบนเว็บ เรื่อง การบันทึกงานในระบบ SERVICE MANAGERVERION 9 (SM9) ของเจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์
ภาวนา สิทธิพันธุ์; Pawana Sittiphan
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาศึกษาความต้องการการฝึกอบรมออนไลน์ เรื่องการบันทึกงาน ในระบบ SM9 ที่ได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้บริการ IT ของเจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์ 2) เพื่อพัฒนาระบบการฝึกอบรมออนไลน์ เรื่องการบันทึกงาน ในระบบ SM9 ที่ได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้บริการ&#13;
IT เจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลการอบรมด้วยระบบการฝึกอบรมออนไลน์เรื่องการบันทึกงาน ในระบบ SM9 ที่ได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้บริการ 1T เจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์ ก่อนและหลังอบรม 4) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ Service Desk ที่มีต่อระบบการฝึกอบรมออนไลน์เรื่องการบันทึกงาน ในระบบ SM9 ที่ได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้บริการ ธนาคารพาณิชย์&#13;
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามความต้องการพัฒนาตนเองด้วยบทเรียนออนไลน์ 2) รูปแบบเว็บการฝึกอบรมออนไลน์ 2) รูปแบบระบบการฝึกอบรมออนไลน์ 3) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการอบรม 4) แบบสอบถามความคิดเห็น&#13;
การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) พบว่าเจ้าหน้าที่มีความต้องการและเห็นด้วยที่องค์กรมีการจัดทำระบบการฝึกอบรมออนไลน์ ทำให้พนักงานสามารถศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ได้ทุกที่ทุกเวลา เนื้อหามีประโยชน์ ตรงตามหน้าที่ที่ทำอยู่ รูปแบบของระบบการฝึกอบรมมีความสอดคล้องตามวัตถุประสงค์การอบรม ต่อการพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อยู่ในระดับ มีความเหมาะสม ( X = 1.00) ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา อยู่ในระดับมากที่สุด ( X =4.59, S.D.= 0.28 ) มีความเหมาะสมต่อการพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อยู่ในระดับมีความเหมาะสม (X = 1.00)2) รูปแบบเว็บการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้ความเห็นว่า ควรมีเนื้อหาสอดคล้องกับหน้าที่ มีการทดสอบก่อนและหลังการอบรม เนื้อหาควรเริ่มจากง่ายไปหายาก การจัดวางเมนูง่ายต่อผู้เข้าอบรม มีการอบรมควบคู่ไปกับการปฏิบัติจริง 3) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการอบรม พบว่า คะแนนทดสอบหลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมด้วยบทเรียนออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 4) ความคิดเห็นต่อระบบการฝึกอบรมออนไลน์ เรื่อง การบันทึกงาน ในระบบ SERVICE MANAGER VERSION 9 (SM9) ของเจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์ ของระบบการอบรมออนไลน์ อยู่ในระดับดีมาก ( X = 4.72, S.D. = 0.34)
</description>
<pubDate>Sun, 01 Jan 2017 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30809</guid>
<dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>รูปใหม่ของเศษส่วน</title>
<link>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30808</link>
<description>รูปใหม่ของเศษส่วน
ศุภนุช ศิริญาติ
โครงงานศิลปนิพนธ์เรื่อง “ รูปใหม่ของเศษส่วน” มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอผลงาน ประติมากรรม ซึ่งเกิดจากการตั้งคำถามต่อขีดจำกัดของวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะเศษไม้ที่มาจาก กระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และตั้งคำถามถึงศักยภาพในการสร้าง “รูปทรงใหม่” ที่หลุดพ้น จากหน้าที่เดิมของวัสดุเหล่านี้ ผ่านการใช้ระบบการคิดอย่างมีตรรกะ การเรียงสับเปลี่ยน การกำหนด ขอบเขต และการแยกประกอบ เพื่อทดลองหาความเป็นไปได้ของการสร้างสรรค์ในเชิงกายภาพ ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดนี้จึงมิใช่เพียงการแปรเศษไม้เป็นรูปทรงนามธรรม หากแต่เป็นการ ค้นหาและเสนอวิธีคิดเชิงสร้างสรรค์ ไปจนถึงกระบวนการวางแผนค้นหาวิธีการในการจัดการวัสดุ เหลือใช้ใหม่ไปสู่ผลงานศิลปะ อีกทั้งทดลองรูปทรงและการทบทวนคุณค่าของสิ่งที่ถูกทิ้งร้าง ผ่าน มุมมองเชิงสร้างสรรค์ที่ตั้งอยู่บนเหตุผลตรรกะและจินตนาการร่วมกัน ด้วยเจตนาที่จะทำให้รูปทรงที่ ถูกลืม ได้รับพื้นที่ในการดำรงอยู่และสื่อสารอีกครั้งในฐานะประติมากรรมร่วมสมัย; The thesis project “New Forms of Fractions” aims to present sculptures that question the limits of waste materials, especially wood scraps from the furniture production process, and question the potential to create “new forms” that escape the original functions of these materials, and use logical thinking, permutation, boundary setting, and separation to experiment with the possibilities of physical creation. Therefore, this thesis is not just about transforming wood scraps into abstract shapes, but rather about searching for and proposing creative ways of thinking, and even the process of planning and finding ways to manage waste materials into new artworks, as well as experimenting with shapes and reviewing the value of abandoned things through a creative perspective based on logic and shared imagination, with the intention of giving forgotten shapes a place to exist and communicate again as contemporary sculptures
</description>
<pubDate>Mon, 01 Jan 2024 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30808</guid>
<dc:date>2024-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>ผลการเรียนอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมอนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร</title>
<link>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30807</link>
<description>ผลการเรียนอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมอนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร
พิมพ์พจี ปณารัตน์; Pimpajee Panarat
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาผลการเรียนอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2)ศึกษาความสามารถทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร 3)ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 34 คน โดยวิธีสุ่มอย่างง่าย&#13;
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1)แผนการจัดการเรียนรู้การเรียนด้วยอีเลิร์นนิ่งร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ รายวิชา 468 101 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา จำนวน 7 สัปดาห์ 2)บทเรียนอีเลิร์นนิง 3)แบบประเมินคะแนนผลงานการปฏิบัติการ 4)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5)แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนด้วยอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าสถิติ t-test ( Dependent Sample t-test) &#13;
ผลการวิจัยพบว่า&#13;
1.ผลการเรียนอีเลิร์นนิ่งร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติติที่ระดับ .05&#13;
2.ความสามารถทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยภาพรวมทั้ง 7 สัปดาห์ พบว่าคะแนนผลงานการปฏิบัติการคิดเป็นร้อยละ 79.31 อยู่ในระดับมาก&#13;
3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนอีเลิร์นนิ่งร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อยู่ในระดับดี (X = 4.43 , S.D.= 0.62)
</description>
<pubDate>Sun, 01 Jan 2017 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30807</guid>
<dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>สมมติภาวะจากธรรมะ</title>
<link>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30806</link>
<description>สมมติภาวะจากธรรมะ
ศุภชัย ทองเปลว
การศึกษาเรื่อง สมมติภาวะจากธรรมะ มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอผลงานศิลปะไทยร่วมสมัย ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยได้แรงบันดาลใจมาจากกลวิธีในการ เทศนาของพระพุทธเจ้า คือการใช้อุปมาเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ รอบตัวกับหลักธรรมที่ทรงแสดง โดย การเทศนาธรรมของพระพุทธเจ้านั้น พระองค์มีกลวิธีในแสดงธรรมที่แตกต่างกันตามแต่ละ สถานการณ์ และตามแต่ละสติปัญญาของบุคคล บางคนพระพุทธองค์ตรัสเพียงครั้งเดียว ก็สามารถ เข้าถึงธรรมะนั้นได้ บางคนพระพุทธองค์ต้องทำให้เห็นถึงสถานการณ์นั้นจริง ๆ และที่สามารถพบได้ บ่อยครั้งคือ พระพุทธองค์ทรงยกตัวอย่างในการเปรียบเทียบ เพื่อให้สิ่งที่เข้าใจยากนั้นเข้าใจง่ายขึ้น การใช้อุปมาเปรียบเทียบนั้น ถือเป็นหนึ่งในกลวิธีที่ใช้ในการสื่อสารตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เป็นวิธีการ สื่อสารหนึ่งที่ ได้ผลเป็นอย่างดี ถือเป็นการสื่อสารที่มีศิลปะและชั้นเชิง จึงได้นำเอาวิธีการเปรียบเทียบ นี้มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปนิพนธ์ โดยยกเอาหัวข้อธรรมมาพิจารณาว่าต้องการสื่อถึงอะไร และนำเอาตัวละครในวรรณคดีที่วิเคราะห์แล้วมีส่วนที่เชื่อมโยงกับธรรมะ โดยกล่าวถึงความรัก ระหว่างคนธรรพ์และนารีผล นำมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยร่วมสมัย ที่แฝงด้วยคติธรรมทางพุทธ ศาสนา; The Art Thesis of "Conceptual Metaphors from Dhamma" aims to present the Contemporary Thai art that conveys from Buddhism Faith. This Thesis is inspired by the preaching techniques of the Buddha, particularly his use of analogies to relate everyday objects and situations to profound Dhamma principles. The Buddha’s approach to teaching varied according to the circumstances and the intellectual capacities of his audience. Some individuals grasped the teachings instantly upon hearing them once, while others required direct experience to comprehend them fully. One of the most frequently employed methods was the use of metaphorical comparisons, making complex concepts more accessible. The Meaning of analogies has been an effective means of communication since ancient times, demonstrating both artistry and rhetorical skill. This study adopts such a comparative approach in the creation of the artistic thesis, selecting specific Dhamma topics for interpretation. Characters from Thai literature are analyzed for their thematic connections to Buddhist teachings, mentioning the love between a Gandharva and a Nariphala. And are then incorporated into contemporary Thai artworks infused with Buddhist moral values.
</description>
<pubDate>Sun, 01 Jan 2023 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30806</guid>
<dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</channel>
</rss>
