<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
<title>Faculty of Decorative Arts</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/906" rel="alternate"/>
<subtitle>คณะมัณฑนศิลป์</subtitle>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/906</id>
<updated>2026-05-19T07:47:13Z</updated>
<dc:date>2026-05-19T07:47:13Z</dc:date>
<entry>
<title>รายงานการวิจัย เรื่อง  นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดําริในที่ดินมูลนิธิชัย พัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นส่งเสริมผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30786" rel="alternate"/>
<author>
<name>ขจรศักต์ นาคปาน</name>
</author>
<author>
<name>สุภาวี ศิรินคราภรณ์</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30786</id>
<updated>2026-04-16T20:00:28Z</updated>
<published>2025-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">รายงานการวิจัย เรื่อง  นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดําริในที่ดินมูลนิธิชัย พัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นส่งเสริมผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก
ขจรศักต์ นาคปาน; สุภาวี ศิรินคราภรณ์
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา “นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยว” ในพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก โดยอาศัยแนวทางพระราชดําริในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวผ่าน กระบวนการทางธรรมชาติและการมีส่วนร่วมของชุมชน ควบคู่กับการศึกษาและประเมินคุณสมบัติเชิงวัสดุของ เส้นใยเมลานินชีวภาพเพื่อการประยุกต์ใช้ในงานสิ่งทอและแฟชั่น และการสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัต ลักษณ์ท้องถิ่นพร้อมการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก วิธีดําเนินการวิจัยประกอบด้วยการ เก็บตัวอย่างดินเปรี้ยวจากพื้นที่ศึกษา การคัดแยกและเพาะเลี้ยงแบคทีเรียกลุ่ม Streptomyces เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตเม็ดสีเมลานิน จากนั้นพัฒนากระบวนการขึ้นรูปเป็นเส้นใยชีวภาพและทดสอบคุณสมบัติ ทางกายภาพ–เคมี ความปลอดภัยเบื้องต้น และการย่อยสลาย ก่อนนําผลลัพธ์ไปสู่การออกแบบและสร้างต้นแบบ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและแฟชั่น รวมถึงการจัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ผลการวิจัย พบว่า ได้กระบวนการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพที่เป็นเทคโนโลยีสะอาด ลดการตกค้างของสารพิษ และได้ เส้นใยชีวภาพที่มีศักยภาพเป็นวัสดุทางเลือกสําหรับการออกแบบสิ่งทอและแฟชั่นเชิงอัตลักษณ์ โดยบูรณาการ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 9, 12 และ 15 เพื่อสร้าง ผลลัพธ์เชิงบูรณาการทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมผ่านการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในชุมชน; This research developed an innovation for synthesising bio-melanin fibre from acid sulfate soil at the Chaipattana Foundation land in Nakhon Nayok Province, guided by the Royal Initiative approach to addressing acid sulfate soil through natural processes and community participation. The study investigated and evaluated the material properties of the bio-melanin fibre for textile and fashion applications, and translated the material outcomes into product prototypes that reflect local identity, alongside knowledge and technology transfer to strengthen the grassroots economy. Acid sulfate soil samples were collected from the study area, and Streptomyces bacteria were isolated and cultivated to enhance melanin pigment production. The resulting pigment was processed into bio-based fibres, which were characterised through physical–chemical testing, preliminary safety-related assessments, and biodegradability evaluation. The findings were subsequently integrated into design-led development to generate textile and fashion prototypes, complemented by technology transfer activities for target groups in the local area. The results indicate a clean synthesis process that reduces toxic residues and yields bio-melanin fibre with potential as an alternative material for identity-driven textile and fashion design. Grounded in the Sufficiency Economy Philosophy and aligned with the Sustainable Development Goals (SDGs 9, 12, and 15), the project advances integrated environmental, economic, and social outcomes through community-based adoption and practical implementation.
</summary>
<dc:date>2025-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>รายงานการวิจัย เรื่อง นวัตกรรมวัสดุชีวภาพสังเคราะห์จากดินยุคก่อนประวัติศาสตร์เพื่อออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยสะท้อน วัฒนธรรมโลงไม้และพิธีกรรมแห่งความตายในเทือกเขาตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30781" rel="alternate"/>
<author>
<name>สุภาวี ศิรินคราภรณ์</name>
</author>
<author>
<name>ขจรศักต์ นาคปาน</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30781</id>
<updated>2026-04-16T07:22:43Z</updated>
<published>2024-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">รายงานการวิจัย เรื่อง นวัตกรรมวัสดุชีวภาพสังเคราะห์จากดินยุคก่อนประวัติศาสตร์เพื่อออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยสะท้อน วัฒนธรรมโลงไม้และพิธีกรรมแห่งความตายในเทือกเขาตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี
สุภาวี ศิรินคราภรณ์; ขจรศักต์ นาคปาน
โครงการวิจัย "นวัตกรรมวัสดุชีวภาพสังเคราะห์จากดินยุคก่อนประวัติศาสตร์เพื่อออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย สะท้อนวัฒนธรรมโลงไม้และพิธีกรรมแห่งความตายในเทือกเขาตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี" มีเป้าหมายเพื่อศึกษาและพัฒนาวัสดุชีวภาพจากดินยุคก่อนประวัติศาสตร์ให้เหมาะสมต่อการสร้างสรรค์เครื่องประดับร่วมสมัย โดยมุ่งเน้นการสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านกระบวนการออกแบบที่ลึกซึ้ง วัสดุที่ได้จากการสังเคราะห์นี้มีคุณสมบัติพิเศษในการย่อยสลายตามธรรมชาติ การสะท้อนถึงสีสันและคุณค่าทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ โครงการยังเน้นการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมในระดับประเทศและนานาชาติ ผลการวิจัยพบว่าวัสดุเส้นใยเมลานินชีวภาพที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายบริบท รวมถึงการสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนและตอบสนองต่อแนวโน้มของตลาดแฟชั่นสมัยนิยมในอนาคต โครงการนี้ยังส่งเสริม การบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะเพื่อยกระดับการออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย ทั้งนี้ผลงานการออกแบบและวัสดุชีวภาพที่พัฒนาขึ้นได้รับการเผยแพร่ในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งช่วยยกระดับการรับรู้ และสร้างความตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมไทยในวงกว้าง; The research project, "Biomaterial Synthesised Innovation from Prehistoric Soil to Design Contemporary Jewellery Reflecting Wood Caskets Culture and Death Rituals in the Western Highlands of Kanchanaburi Province," aims to study and develop biomaterials from prehistoric soil suitable for crafting contemporary jewellery. This research focuses on portraying the connection between humans and nature through profound design processes. The synthesised materials exhibit unique properties such as natural decomposition and the ability to reflect cultural values and hues. Furthermore, the project incorporates the concept of a creative economy, minimising environmental impact while enhancing industrial competitiveness both domestically and internationally. The findings reveal that the developed melanin-based biomaterial holds versatility for various applications, including sustainable product development aligned with future fashion market trends. The project also fosters the integration of scientific and artistic knowledge to advance contemporary jewellery design. Significantly, the developed materials and designs were showcased on international platforms, raising awareness and appreciation of Thailand’s natural resources and cultural heritage on a global scale.
</summary>
<dc:date>2024-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ การพัฒนาสื่อเชิงสร้างสรรค์เพื่อช่วยยกระดับความสามารถด้านความจำ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินในการต่อยอดสู่กระบวนการออกแบบหัตถกรรมเชิงพาณิชย์</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30767" rel="alternate"/>
<author>
<name>วินิตา คงประดิษฐ์</name>
</author>
<author>
<name>รานี เสงี่ยม</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30767</id>
<updated>2026-04-16T07:41:53Z</updated>
<published>2023-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ การพัฒนาสื่อเชิงสร้างสรรค์เพื่อช่วยยกระดับความสามารถด้านความจำ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินในการต่อยอดสู่กระบวนการออกแบบหัตถกรรมเชิงพาณิชย์
วินิตา คงประดิษฐ์; รานี เสงี่ยม
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสื่อเชิงสร้างสรรค์เพื่อช่วยยกระดับความสามารถด้านความจำสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินในการต่อยอดสู่กระบวนการออกแบบหัตถกรรมเชิงพาณิชย์ 2)เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เสริมสร้างสมรรถนะทักษะในการสร้างสรรค์สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล 3) เพื่อส่งเสริมต่อยอดความสามารถจากการเรียนรู้ของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินในการประกอบอาชีพและได้รับจ้างงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการเก็บข้อมูลภาคสนาม ใช้ทฤษฎีความจำสองกระบวนการ ทฤษฎีการสลายตัว และแนวคิดเชิงออกแบบ เป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัยคือ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินจำนวน10 คน ผลการวิจัยพบว่า การใช้สื่อสมุดบันทึกเชิงสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการบันทึกแบบ “บูโจ” ประกอบกับการใช้แผนภาพ ภาพร่าง และการจดคำจากการแปลของล่ามภาษามือไทยที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อแบบเฉพาะเจาะจง จัดรูปเล่มตามรสนิยมของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินซึ่งทำการบันทึกด้วยตนเองนั้นสามารถกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ศึกษาทบทวน และยกระดับความสามารถด้านความจำในระดับที่ดีขึ้น มีสัดส่วนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยผู้เรียนด้านศิลปะและการออกแบบที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดในการออกแบบสร้างสรรค์หัตถกรรมเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป; The objective of this research is threefold: 1) To develop creative media aimed at enhancing the memory ability of individuals with hearing impairments to facilitate their participation in the commercial handicraft design process. 2) To create knowledge that enhances creative skills for individuals with hearing impairments, making them more efficient and effective. 3) To promote the ability acquired through learning among individuals with hearing impairments, enabling them to pursue careers and employment opportunities in the creative industry. The research methodology employed is participatory action research conducted through field data collection. It is based on two memory theories: the two-process theory of memory and decay theory, along with design thinking as the research framework. The research was conducted at the Faculty of Decorative Arts, Silpakorn University, and the Rachasuda College, Mahidol University. The sample group consisted of 10 individuals with hearing impairments. The research findings indicate that the use of creative note-taking media with a 'Bujo' recording method, along with the use of visual aids, sketches, and written translations by Thai sign language interpreters related to specific focused topics, can be adapted to suit the preferences of individuals with hearing impairments. These self-recorded materials stimulate learning, review, and enhance memory abilities to a higher level. The results fall within a favorable range, allowing art and design students with hearing impairments to apply them in future commercial handicraft design endeavors.
</summary>
<dc:date>2023-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>โครงการออกแบบชุดผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์สำหรับนักกีฬา E-Sports</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30724" rel="alternate"/>
<author>
<name>ยศภัค ลดาวัลย์</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30724</id>
<updated>2026-01-27T20:01:42Z</updated>
<published>2022-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">โครงการออกแบบชุดผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์สำหรับนักกีฬา E-Sports
ยศภัค ลดาวัลย์
โครงการออกแบบชุดผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์สำหรับนักกีฬา E-Sports ริเริ่มขึ้น&#13;
ด้วยจุดประสงค์เพื่อเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสินองความต้องการของนักกีฬา E-5p00rts ในการ&#13;
เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งชั้นเกมประเภท First-person&#13;
shooter ที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำของการควบคุมต่างๆ&#13;
จากการศึกษาพบว่านักกีฬา E-Sports ประเภทเกม FPS (First-Person Shooter) มีหลายปัญหาที่&#13;
เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมโตยเฉพาะปัญหาทางต้านร่างกายและจิตใจจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของ&#13;
นักกีฬาได้โดยตรง โดยมีผลให้นักกีฬาไม่สามารถสัมผัสกับสมรรถภาพเต็มที่ของตนเองได้ ทำให้สามารถทำ&#13;
ผิดพลาดได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียต่อผลประโยชน์ในการแข่งขัน ผู้จัดทำจึงสนใจนำปัญหาเหล่านี้มา&#13;
แก้ไขเพื่อพัฒนาการเล่นเกมประเภท FPS (First-Person Shooter) ในระดับ E-Sports ให้มีประสิทธิภาพมาก&#13;
ยิ่งขึ้น&#13;
ในผลงานการออกแบบ ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ โดยประกอบด้วย 1.อุปกรณ์เสริมสร้างการขยับ&#13;
ร่างกาย จำนวน 2 ชิ้น 2.อุปกรณ์ให้ความอุ่นมือ จำนวน 1 ชิ้น 3.อุปกรณ์เสริมสร้างบรรยากาศ จำนวน 1 ชิ้น&#13;
ซึ่งทุกอุปกรณ์ออกแบบโดยศึกษาจากปัญหาและความต้องการของนักกีฬา E-Spons ประเภทเกม FPS (First-&#13;
00ท้อ) เข้มไปที่ปัญหาททางด้านร่างของของก็หา เช่น อาการตื่นดื่นค้นที่นาการเดิม&#13;
สร้างผลกระทบต่อการเล่นเกม ร่างกายขาดการเคลื่อนไหว สิ่งรบกวนภายนอกมารบกวนต่อนักกีฬา E-Sports&#13;
รวมถึงคำนึงถึง การออกแบบให้สามารถพกพาไปสถานทีการแข่งขัน เพื่อลตปัญหาในขณะการแข่งขันเพื่อ&#13;
ศักยภาพที่สูงสุดของของนักกีฬา E-Sports และสามารถสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในการเล่นเกม&#13;
ทั้งนี้ในผลงานการออกแบบจำเป็นต้องมีการพัฒนาต่อในด้านของการรองรับอุปกรณ์ของนักกีฬาที่มี&#13;
ความหลากหลายและข้อจำกัดในต้านการแข่งขันในระตับสูง รวมถึงการคำนึงถึงการผลิตในสายการผลิตจริง&#13;
เช่น ความแข็งแรง โครงสร้างพลาสติก ชิ้นส่วนต่างๆ และ ระบบไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งโครงการนี้เป็นเพียงหนึ่ง&#13;
แนวทางในการตอบสนองความต้องการของนักกีฬา
</summary>
<dc:date>2022-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
