<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
<title>Theses (Master's degree) - Educational Technology / วิทยานิพนธ์ – เทคโนโลยีการศึกษา</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/14422" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/14422</id>
<updated>2026-05-16T18:27:19Z</updated>
<dc:date>2026-05-16T18:27:19Z</dc:date>
<entry>
<title>การฝึกอบรมบนเว็บ เรื่อง การบันทึกงานในระบบ SERVICE MANAGERVERION 9 (SM9) ของเจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30809" rel="alternate"/>
<author>
<name>ภาวนา สิทธิพันธุ์</name>
</author>
<author>
<name>Pawana Sittiphan</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30809</id>
<updated>2026-05-12T07:02:00Z</updated>
<published>2017-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การฝึกอบรมบนเว็บ เรื่อง การบันทึกงานในระบบ SERVICE MANAGERVERION 9 (SM9) ของเจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์
ภาวนา สิทธิพันธุ์; Pawana Sittiphan
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาศึกษาความต้องการการฝึกอบรมออนไลน์ เรื่องการบันทึกงาน ในระบบ SM9 ที่ได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้บริการ IT ของเจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์ 2) เพื่อพัฒนาระบบการฝึกอบรมออนไลน์ เรื่องการบันทึกงาน ในระบบ SM9 ที่ได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้บริการ&#13;
IT เจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลการอบรมด้วยระบบการฝึกอบรมออนไลน์เรื่องการบันทึกงาน ในระบบ SM9 ที่ได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้บริการ 1T เจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์ ก่อนและหลังอบรม 4) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ Service Desk ที่มีต่อระบบการฝึกอบรมออนไลน์เรื่องการบันทึกงาน ในระบบ SM9 ที่ได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้บริการ ธนาคารพาณิชย์&#13;
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามความต้องการพัฒนาตนเองด้วยบทเรียนออนไลน์ 2) รูปแบบเว็บการฝึกอบรมออนไลน์ 2) รูปแบบระบบการฝึกอบรมออนไลน์ 3) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการอบรม 4) แบบสอบถามความคิดเห็น&#13;
การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) พบว่าเจ้าหน้าที่มีความต้องการและเห็นด้วยที่องค์กรมีการจัดทำระบบการฝึกอบรมออนไลน์ ทำให้พนักงานสามารถศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ได้ทุกที่ทุกเวลา เนื้อหามีประโยชน์ ตรงตามหน้าที่ที่ทำอยู่ รูปแบบของระบบการฝึกอบรมมีความสอดคล้องตามวัตถุประสงค์การอบรม ต่อการพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อยู่ในระดับ มีความเหมาะสม ( X = 1.00) ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา อยู่ในระดับมากที่สุด ( X =4.59, S.D.= 0.28 ) มีความเหมาะสมต่อการพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อยู่ในระดับมีความเหมาะสม (X = 1.00)2) รูปแบบเว็บการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้ความเห็นว่า ควรมีเนื้อหาสอดคล้องกับหน้าที่ มีการทดสอบก่อนและหลังการอบรม เนื้อหาควรเริ่มจากง่ายไปหายาก การจัดวางเมนูง่ายต่อผู้เข้าอบรม มีการอบรมควบคู่ไปกับการปฏิบัติจริง 3) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการอบรม พบว่า คะแนนทดสอบหลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมด้วยบทเรียนออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 4) ความคิดเห็นต่อระบบการฝึกอบรมออนไลน์ เรื่อง การบันทึกงาน ในระบบ SERVICE MANAGER VERSION 9 (SM9) ของเจ้าหน้าที่ Service Desk ธนาคารพาณิชย์ ของระบบการอบรมออนไลน์ อยู่ในระดับดีมาก ( X = 4.72, S.D. = 0.34)
</summary>
<dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ผลการเรียนอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมอนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30807" rel="alternate"/>
<author>
<name>พิมพ์พจี ปณารัตน์</name>
</author>
<author>
<name>Pimpajee Panarat</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30807</id>
<updated>2026-05-12T06:50:30Z</updated>
<published>2017-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ผลการเรียนอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมอนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร
พิมพ์พจี ปณารัตน์; Pimpajee Panarat
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาผลการเรียนอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2)ศึกษาความสามารถทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร 3)ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 34 คน โดยวิธีสุ่มอย่างง่าย&#13;
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1)แผนการจัดการเรียนรู้การเรียนด้วยอีเลิร์นนิ่งร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ รายวิชา 468 101 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา จำนวน 7 สัปดาห์ 2)บทเรียนอีเลิร์นนิง 3)แบบประเมินคะแนนผลงานการปฏิบัติการ 4)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5)แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนด้วยอีเลิร์นนิงร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าสถิติ t-test ( Dependent Sample t-test) &#13;
ผลการวิจัยพบว่า&#13;
1.ผลการเรียนอีเลิร์นนิ่งร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติติที่ระดับ .05&#13;
2.ความสามารถทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยภาพรวมทั้ง 7 สัปดาห์ พบว่าคะแนนผลงานการปฏิบัติการคิดเป็นร้อยละ 79.31 อยู่ในระดับมาก&#13;
3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนอีเลิร์นนิ่งร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อยู่ในระดับดี (X = 4.43 , S.D.= 0.62)
</summary>
<dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ผลการเรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่มีผลต่อความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบชิ้นงาน 3 มิติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30805" rel="alternate"/>
<author>
<name>ศิรินทิพย์ จันทร์สุวรรณ</name>
</author>
<author>
<name>Sirinthip Chansuwan</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30805</id>
<updated>2026-05-12T04:35:15Z</updated>
<published>2017-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ผลการเรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่มีผลต่อความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบชิ้นงาน 3 มิติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ศิรินทิพย์ จันทร์สุวรรณ; Sirinthip Chansuwan
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์ 3) ประเมินผลงานสร้างสรรค์หลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์4) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียน ที่เรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 30 คน จากการสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับฉลากโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม และนำมาจัดกลุ่มผู้เรียนตามระดับคะแนนความคิดคล่องแคล่วก่อนเรียนสูง กลาง และต่ำ อย่างละ 2 คน ได้จำนวนสมาชิกเป็นกลุ่มละ 6 คน&#13;
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้การเรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์ 2) สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม 3) แบบประเมินคุณภาพสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม 4) แบบประเมินความคิดเห็นของนักเรียนต่อการเรียนด้วยสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์ 5) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่าย (p) ระหว่าง 0.23-0.77 และค่าอำนาจจำแนก (r) ระหว่าง 0.22-0.69 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.84 6) แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนก่อนและหลังเรียนตามแนวกิลฟอร์ด 7) แบบประเมินผลงานการออกแบบชิ้นงาน 3 มิติ ของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเที่ยงตรง ค่าความยากง่าย ค่าความเชื่อถือได้ และสถิติทดสอบสมติฐานค่าที (t-test แบบ Independent)&#13;
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการเปรียบเทียบคะแนนความคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์แตกต่างกัน โดยมีค่าเฉลี่ยความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์ แตกต่างกัน โดยมีค่าเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 14.73 และหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 24.73 ซึ่งสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ผลการประเมินผลงานสร้างสรรค์หลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์ พบว่ามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.40 อยู่ในระดับดีมาก 4) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียน ที่เรียนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมร่วมกับเทคนิคการสอนแบบซินเนคติกส์ พบว่ามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4,51 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.52 อยู่ในระดับดีมาก
</summary>
<dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ผลการเรียนอีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักศึกษาระดับบริญญาตรี</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30804" rel="alternate"/>
<author>
<name>ธัญชนก รุ่งเรือง</name>
</author>
<author>
<name>Thanchanok Rungruang</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/30804</id>
<updated>2026-05-14T20:02:14Z</updated>
<published>2017-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ผลการเรียนอีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักศึกษาระดับบริญญาตรี
ธัญชนก รุ่งเรือง; Thanchanok Rungruang
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาขั้นตอนกิจกรรมการเรียนอีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน วิชา คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเพื่อการศึกษา 2) ศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาของนักศึกษาที่เรียนอีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน วิชา คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเพื่อการศึกษา 3) ประเมินผลงานการผลิตสื่อของนักศึกษาที่เรียนอีเลิร์นนิ่งแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน วิชาคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเพื่อการศึกษา และ4) ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนอีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน วิชา คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเพื่อการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา 468301 คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเพื่อการศึกษา (Computer Multimedia for Education) ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2560 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งหมด 45 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple Random Sampling)&#13;
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง 2) แผนการจัดการเรียนรู้อีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน 3) บทเรียนอีเลิร์นนิ่งแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน 4) แบบประเมินความสามารถในการแก้ปัญหา 5) แบบประเมินผลงานการผลิตสื่อ และ6) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนอีเลิร์นนิ่งแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน สถิติที่ใช้ในวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา&#13;
ผลการวิจัย พบว่า 1) ขั้นตอนกิจกรรมการเรียนอีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงานวิชา คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเพื่อการศึกษา ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นการค้นหาความจริง 2) ขั้นการค้นหาปัญหา 3) ขั้นการค้นหาแนวคิดในการแก้ปัญหา 4) ขั้นการค้นหาวิธีแก้ปัญหา และ5) ขั้นการค้นหาคำตอบที่เป็นที่ยอมรับ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (X=4.76, S.D.=0.49) 2) ผลการศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาของนักศึกษาที่เรียนอีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน พบว่า ช่วงกิจกรรมกลุ่ม ความสามารถในการแก้ปัญหาของนักศึกษาอยู่ในระดับดี มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 2.62 และช่วงกิจกรรมรายบุคคล ความสามารถในการแก้ปัญหาของนักศึกษาอยู่ในระดับดี มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 2.71 3) ผลการประเมินผลงานการผลิตสื่อของนักศึกษาที่เรียนอีเลิร์นนิงแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงาน พบว่า ผลงานสื่อมัลติมีเดียวีดิทัศน์ดิจิทัลอยู่ในระดับดี มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 13.17 และผลงานสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้อยู่ในระดับดี มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 13.21 และ4) ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนอีเลีร์นนิ่งแบบแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับกิจกรรมโครงงานอยู่ในระดับดี (X=3.77, S.D.=1.03)
</summary>
<dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
