<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
<title>Theses (Bachelor's degree) - Art History / สารนิพนธ์ – ประวัติศาสตร์ศิลปะ</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/14167" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/14167</id>
<updated>2026-05-21T20:49:50Z</updated>
<dc:date>2026-05-21T20:49:50Z</dc:date>
<entry>
<title>อิทธิพลจีนที่ปรากฏภายในหมู่พระมหามณเฑียรและบริเวณใกล้เคียง ในรัชกาลที่ 1 – 4</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/16069" rel="alternate"/>
<author>
<name>กัญญาพร ตั้งอารมณ์</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/16069</id>
<updated>2021-07-28T20:06:50Z</updated>
<published>2020-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">อิทธิพลจีนที่ปรากฏภายในหมู่พระมหามณเฑียรและบริเวณใกล้เคียง ในรัชกาลที่ 1 – 4
กัญญาพร ตั้งอารมณ์
การติดต่อค้าขายกับจีนมาอย่างยาวนาน เป็นใบเบิกทางที่ทำให้ชาวจีนเดินทางเข้ามา&#13;
ค้าขายกับสยามอย่างต่อเนื่อง กอปรกับการย้ายถิ่นฐานของชาวจีนใต้บางส่วนที่หลีกหนีความอดอยากและความยากลำบาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการอพยพย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานภายในชุมชนชาวสยาม และส่งผลให้รูปแบบงานศิลปกรรมจีนที่ปรากฏในหมู่พระมหามณเฑียรและบริเวณใกล้เคียงในรัชกาลที่ 1 – 4 ปรากฏอิทธิพลงานศิลปกรรมจีนค่อนข้างเด่นชัด โดยเฉพาะงานศิลปะแบบจีนพื้นถิ่นทั้งห้ากลุ่มภาษาที่แม้ว่ารูปแบบงานศิลปกรรมจีนที่ปรากฏนั้นจะอยู่ในฐานะขององค์ประกอบรอง กล่าวคือ ไม่มีความโดดเด่นเท่าที่ควรและมักถูกงานศิลปกรรมไทยกลบความเป็นจีนไปจนหมด อย่างไรก็ตาม การปรับประยุกต์ใช้ดังกล่าวก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับงานศิลปะ วัฒนธรรม คติความเชื่อจากจีนได้เป็นอย่างดี โดยเป็นผลมาจากความชื่นชอบและสนับสนุนในงานศิลปกรรมจีนของพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 1 – 4 รวมไปถึงเหล่าชนชั้นนำชาวสยาม ทำให้งานศิลปกรรมจีนเฟื่องฟูและเป็นที่นิยม พร้อมกับแพร่หลายทั้งในวัดและวังไปจนถึงรัชกาลที่ 4 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยงานศิลปกรรมแบบตะวันตกและหมดความนิยมลงในรัชกาลที่ 5
</summary>
<dc:date>2020-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>รูปแบบศิลปกรรมไต่สื่อเอี๊ยในดินแดนไทย</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/16068" rel="alternate"/>
<author>
<name>ภัทรภร แก้วมงคลวงษา</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/16068</id>
<updated>2021-07-28T20:07:43Z</updated>
<published>2020-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">รูปแบบศิลปกรรมไต่สื่อเอี๊ยในดินแดนไทย
ภัทรภร แก้วมงคลวงษา
การศึกษาเรื่อง รูปแบบศิลปกรรมไต่สื่อเอี๊ยในดินแดนไทย มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลงานศิลปกรรมเกี่ยวกับไต่สื่อเอี๊ยในดินแดนไทย รวมไปถึงศึกษาถึงต้นกำเนิดและงานศิลปกรรมไต่สื่อเอี๊ยในจีน และในดินแดนอื่นในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำมาศึกษาเปรียบเทียบถึงรูปแบบและความเชื่อที่ส่งอิทธิพลเข้ามาในดินแดนไทย&#13;
ผลการศึกษาพบว่า ดั้งเดิมไต่สื่อเอี๊ยมีชื่อว่าอัคนีชวาลมุขเปรต ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากคัมภีร์ฝ่ายมหายานในจีนที่แปลขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง โดยพัฒนาการด้านงานศิลปกรรมในช่วงแรกมีความคล้ายคลึงกับลักษณะที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ หากแต่รูปแบบที่ปรากฏในดินแดนไทยและพื้นที่อื่นในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมีความเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากเกิดการผสมผสานความเชื่อท้องถิ่นของกลุ่มชาวจีนทางตอนใต้เข้ากับความเชื่อดั้งเดิม และก็ได้แพร่กระจายเข้ามายังดินแดนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านทางชาวจีนที่อพยพเข้ามา
</summary>
<dc:date>2020-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>รูปแบบและประติมานวิทยาของเจ้าพ่อเห้งเจีย จากศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย วัดไตรมิตรวิทยาราม เยาวราช</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/16067" rel="alternate"/>
<author>
<name>ณิชมน อินกันยา</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/16067</id>
<updated>2021-07-28T20:07:33Z</updated>
<published>2020-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">รูปแบบและประติมานวิทยาของเจ้าพ่อเห้งเจีย จากศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย วัดไตรมิตรวิทยาราม เยาวราช
ณิชมน อินกันยา
การศึกษาเรื่อง “รูปแบบและประติมานวิทยาของเจ้าพ่อเห้งเจีย จากศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย วัด ไตรมิตรวิทยาราม เยาวราช” มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงรูปแบบและประติมานวิทยาเห้งเจียจากงานประติมากรรมเห้งเจียแต่ละองค์ที่พบในศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย วัดไตรมิตรวิทยาราม เยาวราช รวมถึงหาความสอดคล้องของงานวรรณกรรมกับประติมากรรมว่ามีมากน้อยแค่ไหน โดยจะศึกษาจากไซอิ๋ว ฉบับนายเล็ก ตีพิมพ์ในสมัยรัตนโกสินทร์ รศ.125 นอกจากนี้ยังศึกษาถึงต้นกำเนิดหรือที่มาของการนำตัวละครเห้งเจียจากงานวรรณกรรมมาเป็นเทพเจ้าให้ผู้คนกราบไหว้ศรัทธาในรูปของงานประติมากรรมด้วย&#13;
&#13;
ผลการศึกษาพบว่าต้นกำเนิดมาจากการนับถือบูชาลิงมาตั้งแต่อดีตของชาวจีนทางตอนใต้โดยเฉพาะแถบฝูเจี้ยนที่ได้รวมเข้ากับวรรณกรรมไซอิ๋วที่แพร่หลายในเวลานั้น และยังพบว่างานประติมากรรมเห้งเจียมีความสอดคล้องกับวรรณกรรมอย่างมากทั้งในจีนและไทย ซึ่งรูปแบบของเห้งเจียจากศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย วัดไตรมิตรวิทยาราม เยาวราช สามารถแบ่งได้เป็น 4 แบบ โดยจะเป็นการแบ่งตามชื่อหรือภาคของเห้งเจียที่ปรากฏในวรรณกรรม เมื่อเรียงตามลำดับเนื้อเรื่องแล้วก็จะเป็น “เป๊กเบ้อุน” เห้งเจียในภาคขุนนางเลี้ยงม้าสวรรค์ “ฉีเทียนต้าเสิ้ง” เห้งเจียในภาคมหาปราชญ์ผู้เสมอสวรรค์ “เห้งเจีย” เห้งเจียในภาคลูกศิษย์และผู้ร่วมเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกกับพระถังซัมจั๋ง และสุดท้ายคือ “ไต้เสี่ยฮุกโจ้ว” เห้งเจียในภาคผู้บรรลุเป็นพระโพธิสัตว์ ซึ่งในภาคนี้จะมีความแตกต่างจากองค์อื่นๆ คือ ไม่มีชื่อของไต้เสี่ยฮุกโจ้วปรากฎในวรรณกรรมไซอิ๋ว กล่าวคือ เป็นเห้งเจียในภาคที่ไม่ได้มีที่มาจากวรรณกรรม แต่สร้างขึ้นมาจากผู้ศรัทธา อย่างไรก็ตาม ลักษณะส่วนมากก็ยังเป็นการถอดแบบจากวรรณกรรมอยู่
</summary>
<dc:date>2020-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>การสร้างพื้นที่ของทหารชั้นผู้น้อยในงานศิลปกรรม</title>
<link href="https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/16066" rel="alternate"/>
<author>
<name>ภัทรานิษฐ์  เลี้ยงพาณิชย์</name>
</author>
<id>https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/16066</id>
<updated>2021-07-28T20:07:42Z</updated>
<published>2020-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">การสร้างพื้นที่ของทหารชั้นผู้น้อยในงานศิลปกรรม
ภัทรานิษฐ์  เลี้ยงพาณิชย์
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการแบ่งระบบชนชั้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะชนชั้นสูงสุดของประเทศ ตลอดจนได้รับความจงรักภักดีและให้การเคารพจากประชาชนในฐานะผู้สร้างความเป็นชาติไทยมจนถึงปัจจุบัน อาทิ ความเป็นผู้นำในการรบ แม่ทัพ หรือที่เรียกว่ากษัตริย์แห่งจอมทัพไทย ประกอบกับการแต่งตั้งนายทหารชั้นสูง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกของผู้ที่ีมีความสูงส่งในการสร้างชาติ ดังที่ีเห็นได้จากการสร้างอนุสาวรีย์รูปบุคคลที่ความชี้เฉพาะเจาะจงถึงบุคคลนั้น ๆ&#13;
หากพิจารณาความสำเร็จจากการสร้างชาติที่ผ่านศึกสงครามนับต่อหลายครั้ง เป็นไปมิได้เลยที่เหล่าชนชั้นนำเพียงไม่กี่ีคนจะสามารถเอาชนะข้าศึกได้ ประชาชนที่ีถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารร่วมทำสงครามในครั้งต่าง ๆ จึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเหล่าชนชั้นนำที่ได้รับการเชิดชูเกียรติ สารนิพนธ์เล่มนนี้จึงชี้ให้เห็นความสำคัญของเหล่าทหารชั้น ผู้น้อยและประชาชนที่ีถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารอาสาอันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างชาติไทยผ่านรูปแบบงานศิลปกรรมที-ได้รับอิทธิพลแนวความคิดบางประการมาจากโลกตะวันตกซึ่งสมควรที่จะได้รับการเชิดชูเกียรติในการเสียสละเช่นกัน
</summary>
<dc:date>2020-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
