Show simple item record

dc.contributor.advisorรัศมี ชูทรงเดชth_TH
dc.contributor.authorภาวิณี นิตทิมth_TH
dc.contributor.authorPawinee Nittimen
dc.coverage.spatialแม่ฮ่องสอนth_TH
dc.coverage.spatialปางมะผ้าth_TH
dc.coverage.spatialเพิงผาบ้านไร่ (แม่ฮ่องสอน)th_TH
dc.coverage.temporalสมัยก่อนประวัติศาสตร์th_TH
dc.date.accessioned2017-11-03T06:47:27Z
dc.date.available2017-11-03T06:47:27Z
dc.date.issued2010th_TH
dc.identifier.urihttp://www.sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/115en
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (โบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์))--มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553th_TH
dc.description.abstractเพิงผาบ้านไร่ตั้งอยู่บนยอดเขาในหมู่บานบ้านไร่ อําเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่พบวัฒนธรรมหินกะเทาะ 10,660 - 7,710 ปี มาแล้ว และวัฒนธรรมโลงไม้เมื่อ 2,250 - 1,520 ปี มาแล้ว วัตถุประสงค์ของงานวิจัยคือ การถ่ายทอดความรู้ความสําคัญของแหล่ง โบราณคดีสู่สาธารณชน และเสนอแนวทางในการพัฒนาในฐานะแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แนวคิดที่ใช้ในการวางแผนงานวิจัย คือ แนวคิดการจัดการความรู้ซึ่งเป็นการจําแนกความรู้ออกเป็นความรู้ ชดแจ้ง (Explicit Knowledge) ได้แก่ขอมูลในทางโบราณคดี และความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) คือความรู้ที่เป็นทักษะ เช่น ประสบการณ์ชีวิตของคนในชุมชน โดยเชื่อมโยงความรู้ทั้งสองเข้าหากัน วิธีวิจัยประกอบด้วยการศึกษาสภาพแหล่งโบราณคดี ตามแนวทางของศูนย์วิจัยกรมป่าไม้ การประเมินคุณค่าตามหลักสากล เพื่อประเมินศักยภาพของแหล่งโบราณคดี รวมถึงการศึกษาชุมชนเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐาน และระดับความรับรู้ขอมูลทางโบราณคดี โดยสุ่มตัวอย่างประชากรแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) จํานวน 120 คน จากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เพื่อนําผลการศึกษามาใช้ในการสร้างชุดความรู้ ผลการศึกษาสภาพแหล่งโบราณคดีพบว่าจัดอยู่ในประเภทพื้นที่สันโดษ 1 กล่าวคือเป็นพื้นที่ที่รู้จักและเข้าไปใช้ประโยชน์เฉพาะกลุ่มคนท้องถิ่นจึงมีความสมบูรณ์ทั้งทางธรรมชาติและหลักฐานทางโบราณคดีในระดับสูงในการประเมินคุณค่าพบว่าแหล่งโบราณคดีมีคุณค่าตามหลักสากลประกอบด้วยคุณค่าทางวิชาการวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม กล่าวโดยสรุปได้วาแหล่งโบราณคดีมีความสําคัญทางด้านสังคม วัฒนธรรมและวิชาการ รวมทั้งเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเหมาะสมในการพัฒนาต่อไป ผลการถ่ายทอดความรู้พบว่าคนในชุมชนส่วนใหญ่มีความรับรู้ ในระดับน้อยมาก เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ร่วมในการศึกษาแหล่งโบราณคดี ดังนั้นหากจะให้การดําเนินงานประสบความสําเร็จ จําเป็นต้องมีการถ่ายทอดความรู้อย่างต่อเนื่องและสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิชาการหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนข้อเสนอแนวทางในการพัฒนา คือการพัฒนาเส้นทางเดินเท้าให้เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ จัดทำศูนย์ข้อมูลโบราณคดี คู่มือนำชมสําหรับผู้มาเยือนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าชมด้วยตนเองได้ ตลอดจนมีการกําหนดจํานวนผู้เข้าไปยังแหล่งโบราณคดี เพื่อจะเป็นการดํารงรักษาแหล่งโบราณคดีไว้th_TH
dc.description.abstractThis thesis analyzes and documents the knowledge generation at Ban Rai Rock Shelter. Ban Rai Rock shelter is located on the top hill of Ban Rai Village in Pang Mapha district, Mae Hong Son Province in the northwestern part of Thailand. This site has been an archaeological site for the Highland Archaeology Project in Pang Mapha district from 2001 to 2006. The interest in this site is that it has been occupied by two prehistoric cultures during very different times. The first one is stone tool culture which dates between 10,660 - 7,710 BP and the second one is log coffin culture which dates between 2,250 - 1,520 BP. The main objective of the research is to educate the general public about the importance of conserving this archaeological site. The final goal is to propose a plan to develop this site into a self-sustainable conservation project which also provides economic benefits. This work is based on the archaeological knowledge management concept that is divided into explicit knowledge includes information of archaeological knowledge and tacit knowledge or knowledge of the skills include experience of life of the community. The methodology used includes site survey guidelines of the Research Department of Forestry and evaluation of site values according to the UNESCO. Community surveys aim at understanding the basic structure of society and culture were also performed. The surveys are of random populations (Cluster Sampling) of 120 participants from various ethnic groups. This study found the archaeological site is of socio, cultural, and academic significance. It is also a feasible area for further development plan. Limitations were found that local community does not understand archaeological knowledge nor do they have the time and experience to learn it in a short period of time. Therefore, to successfully develop this site there needs to be more education to the local community and most importantly mutual collaboration between academic, local officials, and local community. Specific suggestions are to develop the following: natural trails to the site, information center about archaeology, archaeological manual for visitors in both Thai and English, and limits to the number of visitors.en
dc.formatapplication/pdfen
dc.language.isothth_TH
dc.publisherมหาวิทยาลัยศิลปากรth_TH
dc.sourceบค 2/04 2553 004th_TH
dc.subjectแหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่ (แม่ฮ่องสอน)th_TH
dc.subjectแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ -- แม่ฮ่องสอน -- ปางมะผ้าth_TH
dc.subjectแม่ฮ่องสอน -- ปางมะผ้า -- ความเป็นอยู่และประเพณีth_TH
dc.subjectแม่ฮ่องสอน -- ปางมะผ้า -- โบราณสถานth_TH
dc.subjectโบราณคดี -- แม่ฮ่องสอน -- ปางมะผ้าth_TH
dc.titleการถ่ายทอดความรู้จากแหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนth_TH
dc.title.alternativeKnowledge generation of Ban Rai rockshelter site for sustainable developmenten
dc.typeThesisen
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยศิลปากรth_TH
dc.degree.nameศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตth_TH
dc.degree.disciplineโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์th_TH
dc.degree.grantorมหาวิทยาลัยศิลปากรth_TH
dc.degree.levelปริญญาโทth_TH
.custom.total_download143


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record


Copyright  ©  2020 Silpakorn University Central Library All Rights Reserved.
Theme by 
Atmire NV